เช้าวันพฤหัสที่ผ่านมาบรรยากาศดี๋ดี ท้องฟ้าสีสวย แดดกำลังดี เหมาะกับการถ่ายรูปว๊าย!!!เลยถือโอกาสถ่ายรูปซะเลย ตอนนี้กำลังบ้าๆถ่ายรูปอยู่ หุหุ (งานยังไม่เสร็จนะเนี่ย เหอะๆ)
วิวหน้าบ้านเราเอง 555 เหมือนต่างจังหวัดใช่มั้ยล่ะ

อ้า บางแสน บางแสนนี่เอง (ซะที่ไหน)

ดอกมะลิในยามเช้า หอมไหมคะ

เจ้าฝอย Part I(นกบ้านเราเอง) ย้อนแสงอ่านะ แต่ก็ได้ความรู้สึกไปอีกแบบ

เจ้าฝอย Part II(นกบ้านเราเอง) ยืนตรงเคารพธงชาติ

เจ้าฝอย Part III(นกบ้านเราเอง) ซูม ซู้ม ซูม ป๋มน่ารักมั้ยฮับ

ถ่ายเสร็จเราก็ต้องรีบไปมหาลัย ช่วงเช้าเรียนโฟโต้อ่านะ หุหุ ในห้องหนาวสุดๆนึกว่าอยู่ขั้วโลกนะเนี่ย บรื๋อ~~~
ในช่วงบ่ายเป็นวิชา Thai Artเราต้องไปทัศนศึกษาเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนังเรื่องทศชาดกที่วัดระฆังโฆษิตราราม ให้พ่อไปส่งที่วัดระฆัง เราไปไม่เป็นอ่านะ ไม่สิไม่กล้านั่งเรือ กลัวเรือ เหมาเรือด้วยอ่านะ เราไปกะพ่อ และก็เจี๊ยบปุจัง(เพื่อนเราอ่านะ)พอไปถึงก็ไปไหว้พระ กัน จากนั้นเราก็แยกกะพ่อตรงอุโบสถ พอดี๊พอดี อาจารย์มาพอดี แล้วอาจารย์ก็พาไปดูงานจิตรกรรมที่หอไตร ภายในหอไตรเป็นเรือนไทยเครื่องสับ อายุเก่าแก่มาก เสียดายลืมถ่ายภาพเก็บไว้
จากนั้นก็ถึงเวลางานซะทีหัวข้อที่กลุ่มเราได้ก็คือ พระนารท ท้าวมหาพรหม (ชาติที่ 8 ของพระพุทธเจ้า)พี่ๆเพื่อนๆคณะวิศวะน่ารักมากๆเลยค่ะ
จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระนารท ถ่ายยากสุดๆในพระอุโบสถภาพนี้ย้อนแสงด้วยหน่า โดยที่แบ่งลำดับเนื้อเรื่องเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ

นี่คือพระนารท ชาติที่ 8 ของพระพุทธเจ้าที่เสวยพระชาติเป็นท้าวมหาพรหม บำเพ็ญอุเบกขาบารมี

ส่วนแรกเป็นรูปของพระเจ้าอังคติราช และพระราชธิดารุจาที่ทรงบริจาคทานให้ผู้ยากไร้

ส่วนที่สองเป็นส่วนที่พระเจ้าอังคติราชทรงกำลังสนทนากับคุณาชีวก(ชีเปลือยที่ทำให้พระเจ้าอังคติหลงผิด)

ส่วนที่สามเป็นส่วนที่พระนารททรงมาแสดงธรรมที่แท้จริงให้กับพระเจ้าอังคติราชที่หลงผิด และพระราชธิดารุจา

เมื่อทำภาระกิจเสร็จก็นั่งเสวนากะอาจารย์และก็พี่ๆเพื่อนๆชาววิศวะ กันอย่างเฮฮาปาร์ตี้ จากนั้นก็ถึงเวลากลับบ้านซะที เดินออกมานอกอุโบสถ โอย~~~ อากาศร้อนสุดๆ ตัวจะดำปี๋เป็นหนูอานิสอยู่แล้ว เอ่ยนั่นสินะกลับไม่เป็นนี่หว่าเลยโทรหาป๊ะป๋าให้มารับ แล้วก็กลับบ้าน