คำเตือน อ่านแล้วระวังเครียดเพราะมันเป็นเรื่องซีเรียสน่ะนะ
อันนี้เป็นเรื่องจริงทุกประการ.... มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากๆ ที่ไม่อยากจะเชื่อว่าต้องเจอ
ที่บอกคราวก่อนไว้ว่าไปสีชังวันที่ 22 - 27
เราพักอยู่ที่หอสถาบันวิจัยทางทะเล ซึ่งแถวนั้นกันดานมากๆหาของกินยากมากๆแถวนั้นต้องเดินไปเป็นกิโลๆ(จะเรียกสามล้อทุกครั้งก็กระไรอยู่เรียกทีไม่เคยต่ำกว่า 30 บาท แพงโคตร = =")ถึงจะมีแต่โทษทีเหอะ มีก็จริงแต่ต้องเลือกๆหน่อยเพราะมันส่วนใหญ่หมดอายุค่อนข้างเยอะ ร้านขายยาเราจะไปหาซื้อเคาน์เตอร์เพนสักหลอดยังไม่มีเลย ขืนมีไม่รู้ว่าจะหมดอายุรึเปล่าน่ะ โคตรกันดานขนาดในหอพักจะหาน้ำร้อนต้มมาม่ากินยังไม่มีให้เลย โคตรห่วย
วันนี้วันที่ 24 เรากะเจี๊ยบต้องกลับมาก่อน (เดี๋ยวจะเล่าช๊อตเด็ดๆให้ฟัง มันเลวร้ายมากๆจริงๆ)
ที่เรากลับมาเพราะเราเป็นไข้ ตัวแดงหน้าแดงไปหมดทั้งตัวอุณหภูมิขึ้นๆลงๆ แถมเพื่อน ไม่สิ ไอ้พวกร่วมคณะไม่มีหมาตัวไหนที่มันแยแสเรารวมทั้งอาจารย์เชี่ยๆบางคน(ที่เป็นเจ้าของวิชานี้และก็ไม่ใช่อ.ผู้ใหญ่)ด้วย....มันรู้นะว่าเราไม่สบายแต่มันก็เฉยๆ ทำเป็นเหมือนเรากะเพื่อนเราไม่มีตัวตนอยู่ในที่นี้
เมื่อวานวันที่ 23 เราตื่นแต่เช้าหอบเฟรม หอบขาตั้ง หอบสี เดินจากที่พักไปยังที่ที่วาด เหนื่อยนะต้องเดินลงจากทางลาด เหมือนเดินลงเขา เนื่องจากอากาศไม่เป็นใจด้วยมั้ง วาดๆอยู่ฝนก็ตก เป็นช่วงๆ เราก็ได้แต่ภาวนาต่อหน้าศาลเสด็จปู่ร.5 ให้คุ้มครองเรากะเจี๊ยบและขอให้ฝนหยุดตกด้วยเทอญเพราะว่าเรากะเจี๊ยบจะไม่สบายเอา(เราเป็นภูมิแพ้+ความดัน เจี๊ยบก็เป็นภูมิแพ้+หอบหืด) วาดอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 4 โมงเย็น (สอนก็ไม่เคยสอนเลย สอนแต่อีนังพวกนั้น แถมจะเอาสวยๆอีกมันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ)จริงๆเค้าเรียกให้ไปวาดอีกที่ด้วยแต่เราไปไม่ไหว เลยแวะกินข้าวเที่ยงและก็กลับไปที่หอพักกะเจี๊ยบ ปรากฏว่าไข้ขึ้นตัวแดงหน้าแดงจัด เป็นเพราะตากฝน ตากลมนานๆด้วยมั้ง (แต่ก็อ่านะ ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมีผู้ใหญ่หมาบางตัวมันจ้องหาเรื่อง คอยเล่นงานเราหาว่าเราไม่ขยันไม่ตั้งใจขี้เกียจ เพราะฟังลูกยุของไอ้พวกสวะในคณะ ทั้งๆที่คนนอกคณะกะเอกอื่นเค้าก็รู้ๆกันอยู่ว่าเราเอาใจใส่ต่อการเรียนแค่ไหน ไม่เคยโดดถ้าไม่จำเป็น มาเรียนตรงเวลา) หลังจากนั้นเราก็หลับไปเป็นชม.ๆที่แปลกคือเจี๊ยบปลุกเราแล้วเราไม่ยอมตื่น 3-4 รอบ ปกติเราไม่เคยเป็นแบบนี้คือปลุกปุ๊บก็ตื่นปั๊บ แต่นี้เราไม่รู้ตัวเลยเป็นเพราะฤทธิ์ไข้ด้วยมั้ง กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนทุ่ม 2 ทุ่มน่ะ ตอนกลางคืนตอนที่พวกนั้นมันไม่อยู่ในห้องเลยปรึกษากะเจี๊ยบ เจี๊ยบเองก็อยากกลับร่างกายก็ไม่แข็งแรงด้วย พี่ของเจี๊ยบเลยบอกว่าวันรุ่งขึ้นให้เตรียมตัวจะไปรับที่ฝั่งท่าเรือเกาะลอย
วันที่ 24 ตอนตี 4 กว่าๆ วันนี้เรากะเจี๊ยบก็เลยตัดสินใจออกมาจากหอพัก เพราะถ้าเราขออนุญาตมันมันคงไม่ยอมให้เรากลับแน่ๆ เผลอๆจะส่งเราไปอนามัยแถวนั้น (เราไม่เอานะเพราะเคยดูข่าวที่เด็กเป็นไข้แล้วหมอมันให้ยาอะไรก็ไม่รู้จนเด็กคนนั้นพิการ ไม่อยากเสี่ยง) มืดก็มืด เปลี่ยวก็เปลี่ยว หมาก็ไล่เห่าแต่ก็ไม่กัด แปลกใจอ่านะตี 4 แล้วทำไมคนแถวนั้นยังไม่ตื่นเลยหว่า แต่ก็อ่านะ ในใจเราภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าพ่อเขาใหญ่ของที่นั้นให้ท่านช่วยคุ้มครองให้เรา+รอดปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพด้วยเทอญน่ะ ระหว่างทางก็เดินไปถึงครึ่งทาง ก็แวะพักเหนื่อย โชคดีที่ไปเจอร้านอยู่ร้านนึงขายกาแฟ เลยแวะไปถามลุงคนขายกาแฟว่าท่าเรือไปทางไหนคะ (เพราะเราจำไม่ค่อยได้แต่ก็คุ้นๆ) พอดีร้านลุงเค้ามีลุงอีกคนนึงที่เป็นคนขับสามล้อนั่งอยู่ลุงที่ขายกาแฟเลยบอกว่านั่งสามล้อไปมั้ยล่ะ คนขับสามล้อนั่งอยู่ตรงนี้ เรากะเจี๊ยบก็เลยตกลงนั่งสามล้อไปลงที่ท่าเรือ ไปถึงท่าเรือประมาณ ตี 5 กว่าๆ เงียบมาก มีแค่เรากะเจี๊ยบ พอ 6 โมงเช้าถึงเวลาที่เรือเดินรอบแรกเทียบท่า สักพักก็เริ่มมีคนทยอยกันมาขึ้นเรือ มีคนทำงานบ้าง นักเรียนบ้าง คุณลุงคุณป้า ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ (ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เราไม่กลัวเรือ แต่เรากลัวคนมากกว่า) ในที่สุดเรือก็มาเทียบฝั่งท่าเรือเกาะลอย เวลา 7 โมง พี่ของเจี๊ยบก็โทรมาพอดี บอกว่าพ่อ กะแม่เจี๊ยบ มารับด้วยน่ะ เค้าเป็นห่วงเรา 2 คนมากๆ เราก็เลยโทรหาป๊า บอกว่าเราออกมาจากที่นั่นแล้วเราไม่สบาย(ก็ไม่สบายจริงๆแหละแต่ฝืนสังขารไว้)เราอยู่ไม่ได้ อาหารการกินก็ไม่ดีแย่มากๆ คนร่วมชั้นก็นิสัยบัดซบเลวจนกู่ไม่กลับ อาจารย์ก็ชั่วที่ขนาดเราไม่สบายเรากลับก่อนยังแกล้งสั่งงานเยอะๆแล้วยังหาว่าเรากะเพื่อนเราสำออย จากนั้นเราก็เดินทางกลับกทม. แล้วพ่อก็มารับกลับที่บ้าน จริงๆพ่อเราก็โทรไปขออนุญาติมันแล้ว(ทีพูดกะพ่อเราดีจริงๆ) มันก็สั่งให้เราโทรกลับ แต่เราไหว้วานให้เจี๊ยบโทรกลับ มันด่าแถมยังให้สั่งงานเยอะกว่าชาวบ้านอีก คนอื่น 6 แต่พวกเรา 10 ชิ้นดูสินะทั้งๆที่ไม่สบายแถมยังบอกว่าพวกเราได้สิทธิพิเศษอีก ชั้นว่าถึงจะอยู่กทม.หรือจะอยู่ที่นั่นก็ไม่ต่างกันหรอก มันไม่เคยสอนพวกเราเลยสักนิดแถมจะเอางานดีๆอีก มันเป็นไปไม่ได้หรอกพอเราพูดจาดีๆบอกว่าช่วยสอนพวกหนูทีว่าทำยังมันก็บ่นบอกว่า "ทำยังไงก็ทำไปสิ อะไรกันเรียนศิลปะสมัยนี้ทำไมต้องให้จับมือสอนด้วยฮะผมไม่เข้าใจจริงๆ สมัยก่อนพวกผมยังไม่เห็นต้องมีคนสอนเลย" โทษทีนะ สถาบันนี้กะสถาบันวิทยาลัยช่างศิลป์ที่คุณจบมามันไม่เหมือนกันหรอก ทีคนอื่นคุณยังสอนให้พวกมันทำได้เลย แต่ทีพวกเราคุณไม่สอนแถมคุณรังแกพวกเราอีกไม่รู้ดิชั้นไปทำอะไรให้คุณ แถมคุณยุยงอาจารย์ผู้ใหญ่ให้เกลียดเราหาว่าเรากะเพื่อนเราสำออย เรื่องมากหาเรื่องกลับก่อน โทษทีนะ ใครกันแน่เรื่องมาก กทม.ไม่มีที่ที่ให้วาดรึไงวังสวยๆก็มีเยอะแยะ วัดพระแก้วก็มีทำไมไม่ให้ไปวาดวะ ถ้าดิชั้นเป็นอะไรอยู่ที่นั่นแล้วใครจะรับผิดชอบ แถมเวลาชั้นอยู่ที่นั่นพวกคุณยังไม่ดูแล้วดิชั้นเลย แถมคนร่วมห้องที่มันนอนอยู่ในห้องเดียวกะเรามันยังพูดจาดู มันพูดกะเพื่อนมันบอกว่า เฮ้ยเก็บโทรศัพท์ซ่อนเอาไว้ให้ดีๆนะระวังหาย แล้วก็มองมาทางเรากะเพื่อนเรา อย่างงี้หมายความว่าไง ดูถูกกูนี่หว่า คนอย่างกูไม่คิดจะยุ่งของของพวกมึงหรอกนะ คนอย่างกูก็มีศักดิ์ศรีพอ ต่อให้พวกมึงวางโคตรเพชร 100 ๆกะรัตไว้กูก็ไม่คิดทีจะแตะหรอกนะ เพราะมันไม่ใช่ของๆกู และพ่อแม่กูก็สอนอย่าว่าไปแตะของที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่แค่นี้ตอนที่เราไม่สบายขอกุญแจสำรองเข้าไปพักในห้องกะเจี๊ยบ เราก็นอน ส่วนเจี๊ยบก็นั่งทำงานให้พี่ของเค้า พอสักพักพวกมันก็เข้ามาในห้องโวยวายใหญ่ "เฮ้ย! เข้ามาได้ไงเนี่ย" ทำยังกะเราเข้ามาขโมยของของพวกมัน ก็พวกมันเล่นยึดกุญแจห้องไว้อย่างงั้น เราไม่สบายเราก็ต้องขอกุญแจสำรองไว้ดิ แล้วมาทำเป็นโวยวาย อย่างงี้เค้าเรียกว่าเพื่อนกันหรอวะ ไม่ไว้ใจกันก็อย่ามาร่วมห้องกันดิ ทีพวกเราเจอเรื่องร้ายๆล่ะก็มาใส่ไฟใหญ่เลยทีเรื่องดีๆล่ะปิดบังทำเป็นเงียบกลัวจะดีเกินหน้าเกินตามันรึไงฮะ
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเรื่องอะไรเลวร้ายขนาดนี้มาก่อนเลย มันเลวร้ายจริงๆ ทำเอาเราเครียดแทบโทรมเลยนะเนี่ย ขนาดไม่สบายยังเจอแต่เรื่องร้ายๆเลย แค่กลับบ้านก่อน โดยให้เพื่อนเราที่ไม่ค่อยสบายมีโรคประจำตัวอยู่แล้วกลับมาเป็นเพื่อนอย่างงี้มันผิดด้วยหรอ พ่อแม่ของเราทั้ง 2 ฝ่ายเค้าก็รับรู้แล้ว เค้าก็สั่งให้เรากลับมานี่ผิดด้วยหรอ...แล้วยังมาหาว่าพวกเราสำออย เรื่องมากอีกดูสิ ถ้าทีแรกไม่ไปที่โน่นก็คงดี อ่านะ ถ้าไม่ไปก็มีเรื่องอีกหาว่าเราอย่างโน้น อย่างนี้ พอไปแล้วก็ยังมากลั้นแกล้งอีก อย่างงี้เค้าเรียกว่าอาจารย์หรอวะ ไม่มีเหตุผลเลย เซง....อยากจะบ้าตาย
วันจันทร์นี้มันนัดส่งงานตอนเที่ยง "งานต้องคุณภาพดีไม่งั้นผมไม่รับรองเกรดพวกคุณ"
คนไม่สบาย ต้องทำงานเยอะกว่าคนอื่น นี่หรือความยุติธรรม!?
ขอเพิ่มอีกนิดนึง อันนี้ไม่ได้ยินกะหูตัวเองแต่ได้ยินจากเจี๊ยบที่โดนมันเล่นงานทางโทรศัพท์ ไม่สิผู้ปกครองของเจี๊ยบที่คุยกะมันทางโทรศัพท์
"ถ้าน้อง 2 คนใช้ตีนเขี่ยงานมาให้ผม ผมก็จะใช้ตีนเขี่ยคะแนนพวกเค้า"ดูสิมันดูถูกเราแค่ไหน คิดดูนะนี่คือ อาจารย์บางคนที่ไม่ใช่อาจารย์ผู้ใหญ่
edit @ 2007/01/25 20:10:46
แล้วก็อย่าหักโหมมากนะคะ