2007/Jan/25

คำเตือน อ่านแล้วระวังเครียดเพราะมันเป็นเรื่องซีเรียสน่ะนะ

อันนี้เป็นเรื่องจริงทุกประการ.... มันเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากๆ ที่ไม่อยากจะเชื่อว่าต้องเจอ

ที่บอกคราวก่อนไว้ว่าไปสีชังวันที่ 22 - 27

เราพักอยู่ที่หอสถาบันวิจัยทางทะเล ซึ่งแถวนั้นกันดานมากๆหาของกินยากมากๆแถวนั้นต้องเดินไปเป็นกิโลๆ(จะเรียกสามล้อทุกครั้งก็กระไรอยู่เรียกทีไม่เคยต่ำกว่า 30 บาท แพงโคตร = =")ถึงจะมีแต่โทษทีเหอะ มีก็จริงแต่ต้องเลือกๆหน่อยเพราะมันส่วนใหญ่หมดอายุค่อนข้างเยอะ ร้านขายยาเราจะไปหาซื้อเคาน์เตอร์เพนสักหลอดยังไม่มีเลย ขืนมีไม่รู้ว่าจะหมดอายุรึเปล่าน่ะ โคตรกันดานขนาดในหอพักจะหาน้ำร้อนต้มมาม่ากินยังไม่มีให้เลย โคตรห่วย

วันนี้วันที่ 24 เรากะเจี๊ยบต้องกลับมาก่อน (เดี๋ยวจะเล่าช๊อตเด็ดๆให้ฟัง มันเลวร้ายมากๆจริงๆ)

ที่เรากลับมาเพราะเราเป็นไข้ ตัวแดงหน้าแดงไปหมดทั้งตัวอุณหภูมิขึ้นๆลงๆ แถมเพื่อน ไม่สิ ไอ้พวกร่วมคณะไม่มีหมาตัวไหนที่มันแยแสเรารวมทั้งอาจารย์เชี่ยๆบางคน(ที่เป็นเจ้าของวิชานี้และก็ไม่ใช่อ.ผู้ใหญ่)ด้วย....มันรู้นะว่าเราไม่สบายแต่มันก็เฉยๆ ทำเป็นเหมือนเรากะเพื่อนเราไม่มีตัวตนอยู่ในที่นี้

เมื่อวานวันที่ 23 เราตื่นแต่เช้าหอบเฟรม หอบขาตั้ง หอบสี เดินจากที่พักไปยังที่ที่วาด เหนื่อยนะต้องเดินลงจากทางลาด เหมือนเดินลงเขา เนื่องจากอากาศไม่เป็นใจด้วยมั้ง วาดๆอยู่ฝนก็ตก เป็นช่วงๆ เราก็ได้แต่ภาวนาต่อหน้าศาลเสด็จปู่ร.5 ให้คุ้มครองเรากะเจี๊ยบและขอให้ฝนหยุดตกด้วยเทอญเพราะว่าเรากะเจี๊ยบจะไม่สบายเอา(เราเป็นภูมิแพ้+ความดัน เจี๊ยบก็เป็นภูมิแพ้+หอบหืด) วาดอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ 7 โมงเช้าจนถึง 4 โมงเย็น (สอนก็ไม่เคยสอนเลย สอนแต่อีนังพวกนั้น แถมจะเอาสวยๆอีกมันเป็นไปไม่ได้หรอกนะ)จริงๆเค้าเรียกให้ไปวาดอีกที่ด้วยแต่เราไปไม่ไหว เลยแวะกินข้าวเที่ยงและก็กลับไปที่หอพักกะเจี๊ยบ ปรากฏว่าไข้ขึ้นตัวแดงหน้าแดงจัด เป็นเพราะตากฝน ตากลมนานๆด้วยมั้ง (แต่ก็อ่านะ ถ้าเราไม่ทำก็ไม่ได้เพราะมีผู้ใหญ่หมาบางตัวมันจ้องหาเรื่อง คอยเล่นงานเราหาว่าเราไม่ขยันไม่ตั้งใจขี้เกียจ เพราะฟังลูกยุของไอ้พวกสวะในคณะ ทั้งๆที่คนนอกคณะกะเอกอื่นเค้าก็รู้ๆกันอยู่ว่าเราเอาใจใส่ต่อการเรียนแค่ไหน ไม่เคยโดดถ้าไม่จำเป็น มาเรียนตรงเวลา) หลังจากนั้นเราก็หลับไปเป็นชม.ๆที่แปลกคือเจี๊ยบปลุกเราแล้วเราไม่ยอมตื่น 3-4 รอบ ปกติเราไม่เคยเป็นแบบนี้คือปลุกปุ๊บก็ตื่นปั๊บ แต่นี้เราไม่รู้ตัวเลยเป็นเพราะฤทธิ์ไข้ด้วยมั้ง กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนทุ่ม 2 ทุ่มน่ะ ตอนกลางคืนตอนที่พวกนั้นมันไม่อยู่ในห้องเลยปรึกษากะเจี๊ยบ เจี๊ยบเองก็อยากกลับร่างกายก็ไม่แข็งแรงด้วย พี่ของเจี๊ยบเลยบอกว่าวันรุ่งขึ้นให้เตรียมตัวจะไปรับที่ฝั่งท่าเรือเกาะลอย

วันที่ 24 ตอนตี 4 กว่าๆ วันนี้เรากะเจี๊ยบก็เลยตัดสินใจออกมาจากหอพัก เพราะถ้าเราขออนุญาตมันมันคงไม่ยอมให้เรากลับแน่ๆ เผลอๆจะส่งเราไปอนามัยแถวนั้น (เราไม่เอานะเพราะเคยดูข่าวที่เด็กเป็นไข้แล้วหมอมันให้ยาอะไรก็ไม่รู้จนเด็กคนนั้นพิการ ไม่อยากเสี่ยง) มืดก็มืด เปลี่ยวก็เปลี่ยว หมาก็ไล่เห่าแต่ก็ไม่กัด แปลกใจอ่านะตี 4 แล้วทำไมคนแถวนั้นยังไม่ตื่นเลยหว่า แต่ก็อ่านะ ในใจเราภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าพ่อเขาใหญ่ของที่นั้นให้ท่านช่วยคุ้มครองให้เรา+รอดปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพด้วยเทอญน่ะ ระหว่างทางก็เดินไปถึงครึ่งทาง ก็แวะพักเหนื่อย โชคดีที่ไปเจอร้านอยู่ร้านนึงขายกาแฟ เลยแวะไปถามลุงคนขายกาแฟว่าท่าเรือไปทางไหนคะ (เพราะเราจำไม่ค่อยได้แต่ก็คุ้นๆ) พอดีร้านลุงเค้ามีลุงอีกคนนึงที่เป็นคนขับสามล้อนั่งอยู่ลุงที่ขายกาแฟเลยบอกว่านั่งสามล้อไปมั้ยล่ะ คนขับสามล้อนั่งอยู่ตรงนี้ เรากะเจี๊ยบก็เลยตกลงนั่งสามล้อไปลงที่ท่าเรือ ไปถึงท่าเรือประมาณ ตี 5 กว่าๆ เงียบมาก มีแค่เรากะเจี๊ยบ พอ 6 โมงเช้าถึงเวลาที่เรือเดินรอบแรกเทียบท่า สักพักก็เริ่มมีคนทยอยกันมาขึ้นเรือ มีคนทำงานบ้าง นักเรียนบ้าง คุณลุงคุณป้า ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจ (ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เราไม่กลัวเรือ แต่เรากลัวคนมากกว่า) ในที่สุดเรือก็มาเทียบฝั่งท่าเรือเกาะลอย เวลา 7 โมง พี่ของเจี๊ยบก็โทรมาพอดี บอกว่าพ่อ กะแม่เจี๊ยบ มารับด้วยน่ะ เค้าเป็นห่วงเรา 2 คนมากๆ เราก็เลยโทรหาป๊า บอกว่าเราออกมาจากที่นั่นแล้วเราไม่สบาย(ก็ไม่สบายจริงๆแหละแต่ฝืนสังขารไว้)เราอยู่ไม่ได้ อาหารการกินก็ไม่ดีแย่มากๆ คนร่วมชั้นก็นิสัยบัดซบเลวจนกู่ไม่กลับ อาจารย์ก็ชั่วที่ขนาดเราไม่สบายเรากลับก่อนยังแกล้งสั่งงานเยอะๆแล้วยังหาว่าเรากะเพื่อนเราสำออย จากนั้นเราก็เดินทางกลับกทม. แล้วพ่อก็มารับกลับที่บ้าน จริงๆพ่อเราก็โทรไปขออนุญาติมันแล้ว(ทีพูดกะพ่อเราดีจริงๆ) มันก็สั่งให้เราโทรกลับ แต่เราไหว้วานให้เจี๊ยบโทรกลับ มันด่าแถมยังให้สั่งงานเยอะกว่าชาวบ้านอีก คนอื่น 6 แต่พวกเรา 10 ชิ้นดูสินะทั้งๆที่ไม่สบายแถมยังบอกว่าพวกเราได้สิทธิพิเศษอีก ชั้นว่าถึงจะอยู่กทม.หรือจะอยู่ที่นั่นก็ไม่ต่างกันหรอก มันไม่เคยสอนพวกเราเลยสักนิดแถมจะเอางานดีๆอีก มันเป็นไปไม่ได้หรอกพอเราพูดจาดีๆบอกว่าช่วยสอนพวกหนูทีว่าทำยังมันก็บ่นบอกว่า "ทำยังไงก็ทำไปสิ อะไรกันเรียนศิลปะสมัยนี้ทำไมต้องให้จับมือสอนด้วยฮะผมไม่เข้าใจจริงๆ สมัยก่อนพวกผมยังไม่เห็นต้องมีคนสอนเลย" โทษทีนะ สถาบันนี้กะสถาบันวิทยาลัยช่างศิลป์ที่คุณจบมามันไม่เหมือนกันหรอก ทีคนอื่นคุณยังสอนให้พวกมันทำได้เลย แต่ทีพวกเราคุณไม่สอนแถมคุณรังแกพวกเราอีกไม่รู้ดิชั้นไปทำอะไรให้คุณ แถมคุณยุยงอาจารย์ผู้ใหญ่ให้เกลียดเราหาว่าเรากะเพื่อนเราสำออย เรื่องมากหาเรื่องกลับก่อน โทษทีนะ ใครกันแน่เรื่องมาก กทม.ไม่มีที่ที่ให้วาดรึไงวังสวยๆก็มีเยอะแยะ วัดพระแก้วก็มีทำไมไม่ให้ไปวาดวะ ถ้าดิชั้นเป็นอะไรอยู่ที่นั่นแล้วใครจะรับผิดชอบ แถมเวลาชั้นอยู่ที่นั่นพวกคุณยังไม่ดูแล้วดิชั้นเลย แถมคนร่วมห้องที่มันนอนอยู่ในห้องเดียวกะเรามันยังพูดจาดู มันพูดกะเพื่อนมันบอกว่า เฮ้ยเก็บโทรศัพท์ซ่อนเอาไว้ให้ดีๆนะระวังหาย แล้วก็มองมาทางเรากะเพื่อนเรา อย่างงี้หมายความว่าไง ดูถูกกูนี่หว่า คนอย่างกูไม่คิดจะยุ่งของของพวกมึงหรอกนะ คนอย่างกูก็มีศักดิ์ศรีพอ ต่อให้พวกมึงวางโคตรเพชร 100 ๆกะรัตไว้กูก็ไม่คิดทีจะแตะหรอกนะ เพราะมันไม่ใช่ของๆกู และพ่อแม่กูก็สอนอย่าว่าไปแตะของที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่แค่นี้ตอนที่เราไม่สบายขอกุญแจสำรองเข้าไปพักในห้องกะเจี๊ยบ เราก็นอน ส่วนเจี๊ยบก็นั่งทำงานให้พี่ของเค้า พอสักพักพวกมันก็เข้ามาในห้องโวยวายใหญ่ "เฮ้ย! เข้ามาได้ไงเนี่ย" ทำยังกะเราเข้ามาขโมยของของพวกมัน ก็พวกมันเล่นยึดกุญแจห้องไว้อย่างงั้น เราไม่สบายเราก็ต้องขอกุญแจสำรองไว้ดิ แล้วมาทำเป็นโวยวาย อย่างงี้เค้าเรียกว่าเพื่อนกันหรอวะ ไม่ไว้ใจกันก็อย่ามาร่วมห้องกันดิ ทีพวกเราเจอเรื่องร้ายๆล่ะก็มาใส่ไฟใหญ่เลยทีเรื่องดีๆล่ะปิดบังทำเป็นเงียบกลัวจะดีเกินหน้าเกินตามันรึไงฮะ

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเรื่องอะไรเลวร้ายขนาดนี้มาก่อนเลย มันเลวร้ายจริงๆ ทำเอาเราเครียดแทบโทรมเลยนะเนี่ย ขนาดไม่สบายยังเจอแต่เรื่องร้ายๆเลย แค่กลับบ้านก่อน โดยให้เพื่อนเราที่ไม่ค่อยสบายมีโรคประจำตัวอยู่แล้วกลับมาเป็นเพื่อนอย่างงี้มันผิดด้วยหรอ พ่อแม่ของเราทั้ง 2 ฝ่ายเค้าก็รับรู้แล้ว เค้าก็สั่งให้เรากลับมานี่ผิดด้วยหรอ...แล้วยังมาหาว่าพวกเราสำออย เรื่องมากอีกดูสิ ถ้าทีแรกไม่ไปที่โน่นก็คงดี อ่านะ ถ้าไม่ไปก็มีเรื่องอีกหาว่าเราอย่างโน้น อย่างนี้ พอไปแล้วก็ยังมากลั้นแกล้งอีก อย่างงี้เค้าเรียกว่าอาจารย์หรอวะ ไม่มีเหตุผลเลย เซง....อยากจะบ้าตาย

วันจันทร์นี้มันนัดส่งงานตอนเที่ยง "งานต้องคุณภาพดีไม่งั้นผมไม่รับรองเกรดพวกคุณ"

คนไม่สบาย ต้องทำงานเยอะกว่าคนอื่น นี่หรือความยุติธรรม!?

ขอเพิ่มอีกนิดนึง อันนี้ไม่ได้ยินกะหูตัวเองแต่ได้ยินจากเจี๊ยบที่โดนมันเล่นงานทางโทรศัพท์ ไม่สิผู้ปกครองของเจี๊ยบที่คุยกะมันทางโทรศัพท์

"ถ้าน้อง 2 คนใช้ตีนเขี่ยงานมาให้ผม ผมก็จะใช้ตีนเขี่ยคะแนนพวกเค้า"ดูสิมันดูถูกเราแค่ไหน คิดดูนะนี่คือ อาจารย์บางคนที่ไม่ใช่อาจารย์ผู้ใหญ่


edit @ 2007/01/25 20:10:46
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
....อ่านแล้วรู้สึกอยากจะสวดส่ง (ศพ) พวกนั้นจัง
ช่วงนี้ก็หวัดระบาด ยิ่งเป็นคนร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิมด้วยแล้วก็น่าจะเข้าใจสิ
จบครูจบอาจารย์มาได้อย่างไรไร้จรรยาบรรณสิ้นดี

ว่าแล้วตอนนี้ให้พี่ (และเพื่อนพี่) นอนพักผ่อนรักษาตัวให้หายก่อนเถอะครับ
พยายามอย่าเพิ่งไปคิดถึงมัน ไว้พอดีขึ้นแล้วค่อยไปรบกับพวกมันต่อ

ปล. งานคุณภาพดีหรือไม่ดีก็ต้องดูที่ความตั้งใจของผู้ทำและฝีมือของคนนั้น ๆ ด้วย
หากเขาตั้งใจทำสุดฝีมือเขาแล้วไม่ได้มาตรฐานคุณ (อาจารย์คนดังกล่าว) แสดงว่าคุณควรกลับไปเรียนครูหาจรรยาบรรณใหม่ได้แล้ว
#1  by  Zegale@MSWAD At 2007-01-25 12:56, 
อดทนไว้ ปี3อยู่ไม่ไกล
#2  by  Icys ขะลุ่กขลุ่กๆ At 2007-01-25 13:11, 
>< เราเข้าใจนะการ์เน็ต ใจเย็นๆนะ อย่าคิดมากนะ

เจอมาแบบนี้เป็นเราคงด่ากลับไปแล้วอ่ะ เค้าว่าการ์เน็ตด่ากลับไปบ้างก็ดีนะ ไม่ใช่ว่าจะอยากยุอะไรนะ แต่ถ้ามาลองคิดดูแล้ว เพราะเราไม่พูดไม่อะไรไม่ใช่เหรอ เค้าก็เลยคิดที่จะรังแกเรา เพราะเห็นเราไม่พูด ไมสู้ ถ้าพูดออกไปซะบ้าง เค้าก็คงจะไม่ยุ่งมากหรอก อย่างเรื่องป่วย ถ้าไม่สบายอย่างนี้การ์เน็ตไปหาหมอนะ แล้วเอาใบรับรองแพทย์มา แล้วถ้าการ์เน็ตหยุดเพราะป่วย แล้วเจอสั่งงานมากขนาดนั้น ให้ไปร้องเรียนที่ผอ.หรืออะไรที่เค้าเรียกกันนั่นแหละ ว่าเราหยุดเพราะป่วยจริง มีใบรับรองแพทย์ แต่กลับโดนสั่งงานเพิ่มทั้งๆที่ป่วย ส่วนเรื่องเพื่อน พูดตอกกลับออกไปเถอะจ้า ถ้าเค้าทำแบบนั้นกับเรา จนดูไม่สมกับเป็นผู้มีการศึกษาขนาดนั้นล่ะก็ อย่ามัวแต่เก็บมันไว้เลย ให้เค้าได้รู้ไปว่าเราเองก็ไม่ใช่พวกไม่สู้ใคร

เค้าเป็นกำลังใจให้นะ
เอ่อ...เฮงซวยพอๆกับสมัยเรายังอยู่ในเอกละครเลยล่ะ
ประมาณว่า ป่วยก็ไม่ให้ลา แถมด่าซ้ำ แถมเกรดยังออกมาต่ำต้อยกว่าเพื่อนที่ลงวิชาเดียวกัน ทำงานเดียวกันอีกต่างหาก แค่เพราะเราป่วยหยุดไปวันเดียว และแค่เพราะเพื่อนเรามันประจบรุนพี่ที่คุมงานจนเค้าเอ็นดู เท่านั้นเอ๊ง~~

โอ๊ตก็ใจเย็นละกัน ทำงานไปเท่าที่จะทำได้แหละ ถ้าไม่ไหวจริงๆก็...ฟ้องแม่งเลย เราสนับสนุนให้ฟ้อง
#4  by  Aisa ประธานสภาถั่วฯ At 2007-01-25 16:45, 
เราว่าอาจารย์คนนี้ไม่มีสามัญสำนึกของความเป็นครูเลยนะ ลำเอียงอีกต่างหาก (คนป่วยยังไม้เว้น ) อยากรู้ว่าถ้าเกิดเค้าเจอกับตัวอย่างนี้มั่งจะเป็นยังไง สาธุ ขอให้เจอเองกับตัวมั่งเถอะ เพี้ยง!!! (ของขึ้น เอิ๊ก >x<)

สู้ๆนะคะ Garnet_till ซัง เป็นกำลังใจให้ค่ะ ส่วนงานก็ทำเท่าที่จะทำได้นะคะ แต่ทำให้เลิศหรูอลังการงานสร้างไปเลยค่ะ เอาให้อาจารย์คนนั้นอึ้ง พูดไม่ออก หน้าหงายไปเลย เอิ๊ก แล้วก็อย่าหักโหมมากนะคะ
#5  by  MaNiAs At 2007-01-25 20:47, 
เป็นกำลังใจให้ครับ สู้ๆงับ อย่ายอมแพ้ (แล้วซักวัน เราจะมีชัยเหนือพวกมัน)
ยังไง สุขภาพก็สำคัญที่สุด ถ้าเหนื่อยก็ พักผ่อนเลยงับ อย่าฝืนมาก เดี๋ยวไม่ดีงับ
โอ๊ตซัง สู้ๆจ้า
#6  by  G.fun (58.136.62.71) At 2007-01-27 11:43, 
แวะมาอ่าน เห็นเกลบอกว่าโนอะไรมา
อ่านแล้สุดๆจริงๆเลยอ่ะพี่ท่าน -- --" คนเราเฮงซวยฉิบฉ่อยได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย คู่ควรกะคำว่าสวะจริงๆ รึมันอาจจะต้องใช้คำต่ำกว่านั้น ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่นะ ทางนี้เชียร์องค์หญิงอยู่นะครับ ขอให้เข้มแข็งไว้เน้อ รักษาสุขภาพด้วยนะครับ สู้ๆ
มันไม่มีวิธียื่นเรื่องอะไรพวกนี้เลยเหรอคะ อย่างพวกเขียนความเห็นรึร้องเรียนอ่ะค่ะ ระดับมหาลัยมันน่าจะมีนี่นา หนูว่าเคสพี่นี่สุดๆแล้วอ่ะพี่ ถ้าทำได้น่าจะลองไฟท์หน่อยนะคะนิ
สู้ๆครับฝ่าบาท ทางนี้ขอสาปส่งไอ้พวกสันดานถ่อยพวกนั้นด้วยครับ
#7  by  RIN (202.12.97.100 /10.87.8.11) At 2007-01-27 12:49, 
ทามมันอาจาร์ยเปงอย่างงี้อะค่ะ ไม่เคยเจอ แต่เราสงสัยมากๆเลยนะคนเราจะโดนอะไรขนาดนี้ได้หรือถ้าไม่ไปทามอะไรใครก่อน พี่มีปัญหาบ่อยมากๆเลยกับสภาพแบบนี้ (แบบมีแทบทุกเดือน)เหมือนโดนเค้ากันออกจากสังคมเลยอะ(น่าเกลียดจริงๆคนทำพวกนี้) มีอะไรไม่พอใจน่าจะคุยกันตรงๆนะค่ะ เอาเถอะพี่ถือว่าชดใช้ให้พวกเลวๆและกัลทนไม่ไหวก็ด่ามันเลย สิทธิเสรีภาพของเราอะ
หรือไม่ก็ย้ายคณะเลยเก่งๆอย่างพี่แป็บเดียวก็จบแล้ว
#8  by  na-na (58.8.77.7) At 2007-02-03 14:04, 
อาจารย์แย่ๆสมัยนี้ก็มีอยู่เยอะอ่ะคับ พวกที่มาเป็นครูแต่ไม่มีสำนึกในความเป็นครูจริงๆนี่เยอะเลย พวกที่ชอบประจบประแจงนี่ก็น่าถีบจริงๆอ่ะ...
เจอคนแบบนี้ต้องใจเย็นๆคับ พยายามทำสิ่งที่เราทำได้ให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่าสุดท้ายต้องได้สิ่งดีๆตอบแทนแน่คับ สู้ๆคับ โอ๊ตซัง
#9  by  D.D.chan At 2007-02-03 22:49, 
Hello! Good Site! Thanks you! dsgpjrqodhajj
#10  by  cwkccozncj (200.20.63.6) At 2008-01-28 10:51, 

<< Home


Garnet_Til (Arunroj K.)
View full profile